เทคนิคเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ในยามฉุกเฉิน

 

 

สาวๆ ทุกคนมักจะใฝ่ฝันอยากมีหุ่นและรูปร่างที่เพรียวงาม จึงทำให้สาวๆ นั้นมักจะอยู่ในโหมดไดเอทกันซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ต่อให้ระมัดระวังกันแค่ไหนก็ต้องมีบ้างที่เกิดเผลอทานเกินพิกัด แต่ไม่ต้องตกใจไปค่ะวันนี้เรามีเคล็ดลับเผาผลาญไขมันส่วนเกินมาฝากกันค่ะ

ดื่มน้ำส้มคั้นสดๆ เพราะวิตามินที่มีอยู่ในน้ำส้มจะช่วยดูดซึมสารอาหารที่สำคัญ แล้วหากสาวคนไหนรับประทานส้มเป็นผลด้วย ก็จะช่วยควบคุมน้ำหนักได้อีกวิธีหนึ่ง เพราะส้มจะมีเส้นใยธรรมชาติ ที่ทำให้รู้สึกอิ่มท้องเร็ว

ทานผัก ผลไม้เป็นประจำ แม้ว่าอาหารจำพวกผักจะให้พลังงานน้อย แต่ก็ให้สารอาหารจำนวนมากที่ร่างกายคนเราต้องการ ส่วนผลไม้ก็ควรเลือกทานที่ให้พลังงานต่ำ เช่น มะม่วง ฝรั่ง แตงโม ชมพู่ หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสหวานจัด และให้พลังงานสูง

อาหารจำพวกธัญพืช อาจจะทานเป็นมือเช้า แต่ต้องเป็นธัญพืชชนิดไขมันต่ำด้วยนะค่ะ ธัญพืชอุดมด้วยไฟเบอร์ วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ จำนวนมาก ซึ่งจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำการย่อยช้า ๆ เข้าสู่ร่างกาย เราก็จะรู้สึกอิ่มท้องนานขึ้น

การเคลื่อนไหวร่างกาย หาเวลาให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว ให้ได้เหงื่อบ้าง หากมีเวลามากพอก็หาเวลาออกกำลังกาย เล่นกีฬา ช่วงแรกเริ่มต้นวันละประมาณครึ่งชั่วโมงก็ยังดี แล้วพอร่างกายเริ่มปรับเข้าที่ก็เพิ่มการออกกำลังกายเป็นวันละ 1 ชั่วโมง จะช่วยเผาผลาญไขมันได้ดี แถมได้สุขภาพที่แข็งแรงอีกด้วย (การเคลื่อนไหวของร่างกายอย่างเร็ว ๆ ช่วยเผาผลาญได้ 140 แคลอรีภายในครึ่งชั่วโมง)

พยายามเคี้ยวอาหารช้า ๆ การที่เราทานอาหารด้วยความรวดเร็ว จะทำให้เรากินได้มากเกินพิกัด โดยที่ไม่รู้ตัว ที่สำคัญสาว ๆ จำไว้ให้ดีว่าไม่ควรทานอาหารหลัง 6 โมงเย็น หรือช่วงกลางคืนดึกดื่นเป็นอันขาด เพราะช่วงนี้แหละที่ทำให้เราต้องเจอกับปัญหาอ้วนๆๆๆ เข้าสักวัน

ด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ แบบนี้ หากสาว ๆ คนไหนปฏิบัติเป็นประจำ ก็สบายหายห่วง ตัดความกังวลเรื่องไขมันส่วนเกิน หรือเรื่องของความอ้วนไปได้เลยค่ะ..

ผักเคล ผู้ช่วยไดเอทมากคุณค่า

 

 

ช่วงเวลาไดเอท มักจะเป็นช่วงที่ขาดสารอาหาร จนระบบเผาผลาญอ่อนแอ ต้องบู๊ธพลังเพื่อให้ระบบเผาผลาญทำงานเป็นปกติดีขึ้น

ด้วยผักเคล ผักชนิดนี้แคลอรี่ต่ำแต่มีสารอาหารสูงมาก จนได้ชื่อว่าเป็นผักที่มีสารอาหารสูงที่สุดในโลก คือมีธาตุเหล็กสูงกว่าเนื้อวัว มีแคลเซียมสูงกว่านม มีวิตามินซีสูงกว่าผักโขม และยังมีวิตามินเอ วิตามินเค วิตามินอี แมงกานีส โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก โฟเลต สารลูทีน แคโรทีนอยด์ กินแล้วแข็งแรงชัวร์ โดยมีเมนูแนะนำจากผักชนิดนี้ ที่ทานแล้วอร่อยพร้อมประโยชน์ที่ครบครัน

1.น้ำปั่นผักรวม ใช้ผักเคล ผักโขม แครอท อย่างละ 1 กำมือ ราสเบอรี่ บลูเบอรี่ สตรอเบอรี่แช่แข็ง กล้วย แอปเปิ้ล อย่างละ 1 ลูก แตงกวาหั่นเป็นชิ้น ตามต้องการ น้ำ 1/2 – 1 แก้ว นำทุกอย่างใส่ในเครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียด ใส่น้ำผึ้งเล็กน้อย ดื่มได้เลยค่ะ

2.ผักเคลทอดน้ำมะนาว ผักเคล 1 กำใหญ่ น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ และเกลือ 1/2 ช้อนชา ล้างผักให้สะอาด วางให้สะเด็ดน้ำ แล้วหั่นเป็นชิ้นใหญ่ๆ ใส่ผักเคลลงในชาม เติมน้ำมันมะกอก กับน้ำมะนาวลงไป คลุกให้เข้ากัน ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันมะกอกลงไป น้ำมันร้อนใส่ผักเคลลงไปทอดจนเป็นสีเขียวเข้ม ตักใส่จาน แล้วโรยเกลือเล็กน้อย กินเป็นของว่างแสนอร่อย มากคุณค่า

ผักทุกชนิด มีคุณค่าวิตามิน มีกากใย กินผักมากๆ ช่วยในระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายที่ดี ทานผักบ่อยๆ ดีต่อสุขภาพแน่นอนค่ะ

1 นาทีก็ช่วยลดน้ำหนักได้

 

 

การลดน้ำหนักนั้นเป็นเรื่องที่สาวๆ ทุกคนรู้จักกันดี และก่อนจะเริ่มการลดน้ำหนักหรือกำจัดน้ำหนักส่วนเกินนั้น สิ่งเดียวที่คุณต้องการในตอนนี้คือเวลาแค่หนึ่งนาทีเท่านั้นค่ะ และต่อไปนี้คือกลยุทธ์ที่แสนจะง่ายดายในการเผาผลาญไขมันและส่วนเกินในร่างกายอย่างได้ผลค่ะ

1. เจือจางน้ำผลไม้ ผสมน้ำผลไม้ที่คุณโปรดปราน (ครึ่งหนึ่งของปริมาณที่คุณเคยดื่ม) กับน้ำเปล่าหรือน้ำแร่แบบมีฟอง คุณสามารถตัดลดแคลอรี่ลงไปได้อย่างน้อย 85 แคลอรี่ ต่อแก้ว ซึ่งหมายถึง 2 กิโลในหนึ่งปี

2. เคี้ยวหมากฝรั่ง งานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ ค้นพบว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งไร้น้ำตาลตลอดทั้งวันเพิ่มอัตราการผลาญได้ราว 20 % ที่สามารถช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าปีละ 10 ปอนด์

3. จิบชาเขียวก่อนออกไปเดิน คาเฟอีนช่วยปลดปล่อยกรดไขมันของคุณ จึงเผาผลาญไขมันได้ง่ายกว่า และโพลีฟีนอล (ที่เป็นแอนตี้ออกซิแดนท์) ในชาเขียวก็ดูจะทำงานร่วมกับคาเฟอีนในการเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี่ (ถ้าคุณความดันโลหิตสูง อย่าใช้เคล็ดลับนี้)

4. หลอกต่อมรับรส การจิบยาแก้ไอรสเมนธอลหรือยูคาลิปตัสจะช่วยระงับอาการอยากอาหารได้อย่างชะงัดในทันที

5. เพิ่มรสชาติเผ็ดร้อน การเติมพริกลงในอาหารจะทำให้คุณทานอาหารช้าลง และพริกยังช่วยเพิ่มการผลาญพลังงานอีกด้วย

6. อย่าอยู่เฉย การขยับแข้งขยับขาหรืออยู่ไม่สุขตลอดเวลาจะช่วยคุณเผาผลาญแคลอรี่มากขึ้น ซึ่งอาจมากถึงวันละ 700 แคลอรี่เลยล่ะ

7. เช่าหนังผีมาดู คุณมีความอยากอาหารน้อยลงเวลาที่กลัว แต่จะกินมากขึ้นถ้าโกรธหรือมีความสุข

8. มองตัวเอง งานวิจัยบอกว่า การมองตัวเองในขณะกินอาหาร อาจทำให้คุณกินน้อยลงได้ 22-32 เปอร์เซ็นต์

9. วิดพื้น ก่อนที่คุณจะเปิดถ้วยไอศกรีม วางมันลงก่อนแล้วก็ทำท่าวิดพื้นซัก 10 ครั้ง การทำกิจกรรมทางกายบางอย่าง จะทำให้คุณสำนึกถึงเป้าหมายของคุณขึ้นมาได้

10. ดมกลิ่น เวลาที่อยากกินขนมเค้กหรือคุกกี้หอมกรุ่นพวกนั้นเหลือเกิน ลองทำแบบนี้ดู สูดกลิ่นมันสัก 30 วินาที ก่อนกิน มันจะเป็นการตอบสนองต่อความอยากที่จะช่วยให้คุณหยุดกินได้แค่คุกกี้ชิ้นเดียว

11. กินปลา ปลาที่อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 เช่น ทูน่า แม็กครีล และแซลมอน อาจช่วยคุณลดน้ำหนักได้ด้วยการเผาผลาญไขมันให้ดีขึ้น คนที่น้ำหนักเกิน ซึ่งกินอาหารแคลอรี่ต่ำที่มีปลาด้วยทุกวัน ลดน้ำหนักได้มากกว่าคนที่ไม่ได้กินปลาเลยราว 20 %

หน้าท้องแบนราบได้ด้วย อาหาร 4 อย่างนี้

 

 

หน้าท้องแบนราบเป็นสิ่งที่คุณสาวๆ ปรารถนา และไม่ยากเลยหากจะมีหน้าท้องที่แบนราบเรียบอยู่ในครอบครอง วันนี้เรามีอาหารที่จะทำให้หน้าท้องของคุณแบนราบมาฝากกันค่ะ

1. ผักและผลไม้ ผู้หญิงลดขนาดเอวได้ด้วยการแทนที่อาหารที่เป็นแป้งขัดขาวและน้ำตาลด้วย คาร์โบไฮเดรตจากผักและผลไม้โดยเฉพาะที่มีสีส้ม นี่เป็นการรีวิวจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน นอกเหนือจากเส้นใยอาหารที่ทำให้คุณรู้สึกอิ่มยาวนานกว่า นักวิจัยยังคาดว่าแอนตี้ออกซิแดนท์ อย่างเช่น วิตามินซีและเบต้าแคโรทีนคือสิ่งที่ช่วยกำจัดไขมันหน้าท้องออกไปได้

2. โปรตีน การกินโปรตีนมากขึ้นทำให้คุณอิ่มและเพิ่มพลังงานซึ่งนำไปสู่การลดน้ำหนักโดย รวม และสำหรับคนที่อายุมากกว่า 40 จะช่วยลดไขมันหน้าท้องได้เป็นพิเศษ นี่เป็นผลการค้นพบของวิทยาลัยสกิดมอร์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน

แต่งานวิจัยชี้ว่าการกินโปรตีนในปริมาณสูง ๆ อาจทำให้ไตทำงานหนัก เพราะอาจทำให้เกิดการสูญเสียแคลเซียมได้ ควรตั้งเป้ารับแคลอรี 25 % จากโปรตีน (ถ้าคุณกินวันละ 2,000 แคลอรี่ นั่นก็คือ 500 แคลอรี่ จากโปรตีน) และเลือกโปรตีนแบบไร้ไขมัน อย่างเช่น โยเกิร์ตไขมันต่ำ นมไร้ไขมัน ปลาและสัตว์ปีกไร้หนัง ถั่วเป็นแหล่งที่ดีอีกอย่างหนึ่งแต่อาจมีแคลอรี่ค่อนข้างสูง

3. เซเลเนียม นี่เป็นแร่ธาตุที่ช่วยต่อสู้มะเร็ง และเชื่อมโยงกับไขมันหน้าท้อง จากการสำรวจคนอเมริกันมากกว่า 8,000 คน คนที่มีระดับเซเลเนียมและแอนตี้ออกซิแดนท์อื่น ๆ ในเลือดน้อยกว่า จะมีรอบเอวที่ใหญ่กว่า เซเลเนียมพบในอาหารหลายชนิด แต่มันอาจยากที่จะรู้ว่าคุณได้รับปริมาณครบตามที่แนะนำหรือเปล่า (55 ไมโครกรัม) เพื่อให้ได้ปริมาณตามต้องการ ลองกินวิตามินเสริมหรือกินอาหารให้หลากหลาย

4. ไขมันที่ดี การวิจัยชิ้นหนึ่งของสเปนชี้ให้เห็นว่า มันง่ายกว่าที่จะรักษาความผอมเพรียวด้วยการกินไขมันแบบไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (เช่น น้ำมันมะกอก) และโอเมก้า-3 (ส่วนใหญ่พบในปลา แต่ก็มีในเมล็ดต้นแฟลกซ์ น้ำมันวอลนัตและเต้าหู้) ในขณะที่ไขมันเมก้า-6 (มีมากในซีเรียลน้ำมันข้าวโพด และไข่ ) เป็นเหตุให้ไขมันหน้าท้องเพิ่มพูน แต่ไขมันที่ควรกำจัดโดยสิ้นเชิงก็คือ ไขมันทรานส์ที่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร

ในการศึกษาของมหาวิทยาลัยเวกฟอเรสต์ ลิงที่กินอาหารแบบที่คนอเมริกาทั่วไปกินเป็นเวลา 6 ปี มีน้ำหนักมากขึ้นเทียบเท่ากับน้ำหนักมนุษย์ 10 ปอนด์ ถ้าไขมันที่พวกมันกินคือ ไขมันทรานส์อย่างเดียว เทียบกับพวกที่กินไขมันที่เพิ่มขึ้น 30% นั้นจะเพิ่มขึ้นในส่วนของหน้าท้องด้วย

ลดความอ้วนด้วยการหยุดอาหารแคลอรี่สูง

 

 

สมัยนี้อะไรอะไรก็มาด้วยความเร่งรีบ เน้นความสะดวกสบาย เร่งด่วนเรื่องอาหารการกินก็เช่นเดียวกัน เมนูอาหารฟาสฟู้ดน่าตาน่ารับประทาน มักล่อตาล่อใจ แต่จะเห็นได้ว่าอาหารเหล่านั้นมักจะเป็นประเภทแป้งและไขมันเยอะซึ่งให้พลังงานแคลอรี่สูงมากซึ่งผู้หญิงที่รักสวยรักงามทั้งหลายควรจะห้ามใจไว้บ้างนะคะ อาหารเหล่านั้น เช่น

เฟรนช์ฟรายส์ ตัวการที่ทำให้เราเพลิดเพลินเวลากิน เฟรนช์ฟรายส์ ก็คือเกลือที่โรยอยู่ด้านนอก เพราะเกลือมีคุณสมบัติที่ช่วยผ่อนคลาย เราเลยเพลินจนลืมอิ่ม แต่คุณสามารถเปลี่ยนจากมันฝรั่งทอดมาเป็นสาหร่ายอบแห้งโรยเกลือแทนได้ อร่อยเหมือนกันแต่สารอาหารและความอ้วนผิดกันลิบ

กาแฟเย็น ที่เราติดกาแฟกันนักเพราะในกาแฟมีคาเฟอีนที่กระตุ้นความกระฉับกระเฉงแต่เรื่องนี้แก้ได้ด้วยการเปลี่ยนมากินขนมปังกรอบร่วมกับอาหารพวกโปรตีน อย่างเช่น แครกเกอร์ทาเนยถั่วขนมปังอบแห้งกับไข่ต้มหรือแซนด์วิชทูน่า พอปริมาณน้ำตาลในเลือดคงที่เราจะไม่เพลียและเลิกคิดถึงคาเฟอีนไปเอง

เสต็ก เสต็กก็คือเนื้อ การที่คุณอยากกินจนน้ำลายสอ เป็นเพราะร่างกายกำลังขาดธาตุเหล็กที่เราได้จากเนื้อสัตว์ถ้าอย่างนั้นก็ชดเชยด้วยอาหารที่อ้วนน้อยกว่าอย่างผักโขม นมตับ ไข่ ไม่อ้วนแถมประหยัดเงินในกระเป๋ากว่าด้วย

ผู้หญิงกับความงาม

 

 

เพราะเรื่องสวยๆ งามๆ เป็นของคู่กันของผู้หญิงมาแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะค่ะ ยิ่งเรื่องของหน้าตาและผิวพรรณด้วยแล้วยิ่งต้องดูแลกันเป็นพิเศษ วันนี้เราก็มีเคล็ด (ไม่) ลับดีๆ ที่จะทำให้คุณดูสวยใส ไร้ริ้วรอย มาฝากคุณผู้หญิงที่รักสวยรักงามทั้งหลายกันค่ะ

ทานอาหารเพื่อสุขภาพ ให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะวิตามินเอ ซีและอี เพราะมีแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่มีคุณสมบัติในการชะลอความเสื่อมของผิวหนัง และควรดื่มน้ำให้ได้ 8-10 แก้ว งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์, คาเฟอีน เพราะเป็นตัวทำลายเซลล์ให้เสื่อมสภาพเร็วกว่าเดิมนั่นเองค่ะ

ควรจะหลีกเลี่ยงแสงแดด ยิ่งแดดในเวลาระหว่าง 10.00-15.00 น. ไม่ควรเอาผิวเข้าไปเสี่ยงโดนเลย เพราะเป็นช่วงที่มีรังสี UV สูงสุด แต่ถ้ามีเหตุต้องทำให้เจอกันก็ควรป้องกันด้วยครีมกันแดดที่มีค่าตั้งแต่ 15 ขึ้นไป เมื่ออยู่กลางแดดควรสวมแว่นกันแดด เพื่อป้องกันการหยีตาบ่อเกิดแห่งรอยตีนกาค่ะ

ให้ความชุ่มชื้นกับผิวอยู่เสมอ ด้วยการเติมอาหารให้ผิวด้วยการทาครีม, โลชั่น หรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ให้ผิวอยู่เป็นประจำทุกวัน เพื่อคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวพรรณเสมอ

หลีกเลี่ยงการทับ ในที่นี้คือ ท่านอนเพราะเมื่อนอนคุณจะอยู่กับท่านั้นเป็นเวลานานพอที่จะทำให้เกิดรอยย่นในด้านที่เราทับได้ ดังนั้นควรเปลี่ยนท่านอนบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการบริหารกล้ามเนื้อบ่อยๆ เพราะจะยิ่งทำให้เกิดรอยย่นได้เด่นชัด

พักผ่อนให้เพียงพอ เป็นการช่วยให้ร่างกายเกิดการซ่อมแซมตัวเองในช่วงเวลาที่หลับ และยังช่วยในเรื่องของผิวพรรณให้สดใส สดชื่นอีกด้วยค่ะ

คลายเครียด อาการเครียดเป็นบ่อเกิดของริ้วรอย เมื่อเครียดก็จะทำให้เกิดการเกร็งกล้ามเนื้อ ดังนั้นควรทำจิตใจให้สดชื่น หาอะไรที่ช่วยลดความเครียดลง ไม่ว่าจะเป็นการเดินที่สวนสาธารณะ หรือห้าง เพราะสามารถช่วยให้กล้ามเนื้อที่เกร็งอยู่ผ่อนคลายลงได้ค่ะ

ออกกำลังกาย เพราะขณะที่ออกกำลังกายจะทำให้ระบบโลหิตเกิดการไหลเวียนดีขึ้น ทำให้ผิวหนังได้รับสารอาหารและออกซิเจนเพิ่มมากขึ้น

ทั้งหมดนี้คือ เคล็ดลับดีๆ ที่สามารถช่วยชะลอริ้วรอยก่อนวัยให้กับสาวๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ก็สำคัญไม่น้อยไปกว่าเครื่องสำอางหรือครีมชั้นดีเลยล่ะค่ะ

5 วิธีดีๆ ขอเป็นสาวหวานสักวัน

 

 

ถ้านานๆ ทีสาวแก่นเซี้ยวเปรี้ยวซ่าอย่างคุณเกิดอยากเปลี่ยนสไตล์ไปเป็นสาวหวานกับเค้าบ้าง เรื่องแบบนี้สามารถค่ะ

1. ชมพู ดูดีมีลุ้น สีหวานๆ สีไหนก็ไม่หวานได้ใจเท่าสีชมพู ยิ่งถ้าปากแก้มอมชมพูระเรื่อด้วยล่ะก็ รับรองว่าจะหวานจนมดหนุ่มชะเง้อคอมองไปตามๆ กัน ขั้นแรกคุณจึงต้องลบเมคอัพดุๆ สีโทนขรึมอย่างปากดำ อายแชโดว์เทาทิ้งไปให้หมด รวมทั้งพวกสีจัดจ้านอย่างลิปสติกแดงแจ๊ด บลัชออนชมพูแปร๋นด้วย เพราะสีพวกนี้เข้าข่ายบ่อนทำลายความสวยมากกว่าจะช่วยให้ได้เกิด จากนั้นให้หันไปลองใช้แป้งพัฟฟ์เนื้อบางเบา บลัชออกชมพูอ่อน กับลิปสติกสีชมพูใสๆ ให้ผิวสวยๆ ได้โชว์พาวสักวัน แค่นี้ก็สบายตาสบายใจคนมองแล้ว

2. แต่งอย่างไรให้หวาน สาวหวานส่วนใหญ่จะแต่งตัวแนวสบายๆ แต่ดูแล้วบอบบางน่าทะนุถนอม โดยไม่จำเป็นว่าหนน้าโทนชมพูแล้วชุดคุณจะต้องชมพูไปด้วย ฉะนั้นคุณจงโละเสื้อผ้าแนวฮิปปี้พะรุงพะรังทิ้งไปให้หมด แล้วหันไปใส่เสื้อแขนกุดพอดีตัว กางเกงขาสั้น หรือกระโปรงสวยๆ สักตัวกับรองเท้าผ้าใบก็พอแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ดีกรีความหวานของคุณครบเครื่องนั่นคือเครื่องประดับชิ้นเล็กๆ จะเป็นสร้อย ต่างหู กำไล หรือแหวนก็ได้ เครื่องประดับพวกนี้จะช่วยกลบความเรียบให้ชุดของคุณดูเด่นและเป็นผู้หญิงมากขึ้นที่สำคัญที่ต้องขอย้ำเลยคือ เครื่องประดับต้องเล็กกระจุ๋มกระจิ๋มจริงๆ ถึงจะเหมาะกับสไตล์หวานๆ ที่คุณต้องการ

3. บุคลิกพิชิตความหวาน คนเราถ้าแต่งตัวสไตล์ไหน บุคลิกก็ควรจะไปในแนวนั้นด้วย มันถึงจะเข้ากัน สิ่งหนึ่งที่จะเปลี่ยนให้บุคลิกของคุณดูหวานสมใจก็คือรอยยิ้มและแววตาอารมณ์ดี สาวๆ จึงต้องบอกตัวเองให้พยายามคิดในแง่บวก มองโลกในแง่ดีเข้าไว้ เพื่อให้ความหวานในหัวใจส่งผ่านรอยยิ้มและแววตาออกมาได้เต็มที่ ไม่อย่างนั้นถ้าหน้าโหดเหมือนจะงับหัวคนทั้งโลก ต่อให้เอาสีชมพูมาห่อทั้งตัว ยังไง้…ยังไงความหวานก็ไม่เกิดอยู่ดีนั่นล่ะ

4. ผมสวยช่วยได้ เส้นผมเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะบอกบุคลิกของคนแต่ละคน ทรงผมที่ชายทั้งโลกโหวตให้เป็นสุดยอดทรงผมสำหรับคนหวานคือผมยาวสยาย จะเหยียดตรงหรือม้วนเป็นลอนหยักอ่อนๆ อันนี้ไม่มีปัญหา แต่ต้องสะอาดน่าจับ ไม่จัดทรงใส่เจลจนแข็งโป๊กเป็นใช้ได้ และสำหรับสาวไทยที่ต้องสู้ภัยความร้อนอย่างเรา ถ้าจะเพิ่มความสบายให้ตัวเองด้วยการเกล้าผมเป็นมวยสูงๆ แล้วเสียบปิ่นน่ารักๆ สักอัน หนุ่มๆ เขาบอกว่าก็ดูน่าเอ็นดูไปอีกแบบ

5. คำพูดหวานหู แต่งหวานครบเครื่องแล้วอย่าลืมฝึกพูดจาให้หวานๆ ด้วย ก็ไม่ต้องถึงกับออดอ้อนง้องแง้งแบบผิดธรรมชาติหรอก แค่พูดจาสุภาพเรียบร้อย อย่าหลุดสัตว์ดึกดำบรรพ์หรือชื่อบุพการีของใครออกมาก็พอ ส่วนพฤติกรรมเบี่ยงเบนไปในทางห้าวโหดทั้งหลาย เช่น สูบบุหรี่พ่นควันใส่หน้าเพื่อน กระดกเหล้าแทนน้ำเปล่า ก็ควรจะงดไปก่อน แค่นี้การแต่งหวานครั้งเดียวในชีวิตของคุณก็สำเร็จอย่างงดงามแล้ว

เปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ที่ดูสวยปิ๊งกว่าเดิม

 

 

เวลาที่ท้อแท้ ท้อถอย ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องความรัก สิ่งหนึ่งที่จะทำให้คุณสดชื่น สดใสมากขึ้นคือการเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่การเปลี่ยนแปลงตัวเองในที่นี้ไม่ใช่แค่เข้าไปตัดผมจนสั้นแล้วเดินสะบัดบ๊อบออกมา ก็เปลี่ยนเป็นคนใหม่แล้ว ถ้าจะเปลี่ยนให้ได้ผลรู้สึกเป็นคนใหม่จริงๆ ก็ต้องปฏิบัติตามนี้

เริ่มจากทรงผม อย่างที่บอกว่า ส่วนใหญ่แล้วจะนิยมเปลี่ยนทรงผม เพื่อเพิ่มความสดใสและให้ตัวเองดูหน้าเด็กลง ซึ่งเป็นวิธีพื้นฐานทำได้ง่ายที่สุด แต่ถ้าจะเปลี่ยนทรงผมก็อย่าสิ้นคิด ถึงขนาดตัดสั้นม้าเต่อ เพราะอาจจะรู้สึกแย่กว่าเก่า ถ้าทรงผมไม่รับกับใบหน้า ถ้าอยากเปลี่ยนทรงผม ควรเลือกทรงที่เหมาะกับรูปหน้าตัวเอง ไม่สั้น ไม่ยาวเกินไป เผื่อไว้รัด ดัด เกล้า เปลี่ยนอารมณ์วันหลังบ้าง ที่สำคัญอย่าลืมบำรุงเส้นผมเป็นประจำ ด้วยคอนดิชั่นเนอร์หรือการทำทรีทเม้นท์

ผิวสวยสำหรับคนใหม่ การที่มีผิวสวย ใส เรียบเนียน เป็นการเริ่มต้นการเป็นคนใหม่ที่ดี โดยเริ่มจากดูแลผิวตั้งแต่หัวจรดเท้า ตั้งแต่การทำความสะอาดใบหน้า การทาครีมกันแดด ใช้โทนเนอร์กระชับรูขุมขน ถ้าอยากให้เวิร์คจริงๆ ลองเข้าสปา ดูแลผิวเต็มคอร์สสักเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อผิวสวยสุขภาพดี

แต่งหน้าเพิ่มเสน่ห์ เบื่อหน่ายกับรูปลักษณ์เดิมๆ ก็ลองหยิบอายไลเนอร์มากรีดเน้นความคมชัดของดวงตา ทาอายแชโดว์สีสว่างเพื่อให้ดวงตาดูสว่างมากขึ้น ปัดมาสคาร่าเล็กน้อยให้ขนตาดูงอนหนา ใช้ดินสอเขียนขอบปากหรือลิปมันทำให้ปากดูอวบอิ่มและสุขภาพดี แค่นี้ก็ทำให้ชีวิตมีสีสันเพิ่มขึ้น อ้อ…แต่อย่าลืมบำรุงผิวก่อนแต่งหน้าและล้างทำความสะอาดเครื่องสำอางให้ดีหลังแต่งหน้านะคะ เพื่อลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

ทานอาหารที่มีประโยชน์ จะเปลี่ยนแปลงตัวเองทั้งที แค่ภายนอก การแต่งตัวคงไม่พอ ต้องลงลึกถึงพฤติกรรมการทานอาหารด้วย เช่น งดรับประทานอาหารจำพวก ไวน์แดง ซอสถั่วเหลือง หรือสเต็ก เพราะจะทำให้ฟันคุณไม่ขาวอย่างที่ควรเป็น แล้วหันมาเคี้ยวอาหารจำพวกแอปเปิ้ล แครอท หรือแตงกวา เซลลูโลสในผิวของมัน จะทำความสะอาดผิวฟันของคุณให้ขาวสดใสขึ้นหรือทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว เช่น มะเขือเทศ แครอท ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และเลือกดื่มชาเขียวแทนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบการสร้างความยืดหยุ่นของผิว

ปล่อยวางและผ่อนคลาย 4 ข้อข้างต้น ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงตัวเองทางร่างกาย แต่ที่สำคัญที่สุดถ้าคุณจะเปลี่ยนตัวเองคือ การเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ คิดในแง่บวกให้มากขึ้น มองโลกในแง่ดี ปล่อยวางเรื่องราวทั้งหมด เพราะถ้าคุณยังเก็บมาคิดก็จะไม่มีทางเป็นคนใหม่ได้ อาจจะเริ่มต้นด้วยการนอนหลับให้เต็มที่ ดูหนัง อ่านหนังสือ หากิจกรรมที่สร้างความเพลิดเพลินทำ

ถ้าปฏิบัติตาม 5 ข้อนี้ รับรองว่า คุณจะกลายเป็นคนใหม่ และรู้สึกดีขึ้นแน่นอนค่ะ

เปลี่ยนลุคส์ตัวเองให้เป็นคนใหม่ด้วย 11 ของใกล้ตัว

 

 

ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันจะทำให้ภาพพจน์ของเราเปลี่ยนไปทันที ถ้าคุณอยากให้คนอื่นมองคุณในแบบที่ไม่เหมือนเดิม ลองปรับลุคส์ตัวเองด้วยของ 11 ชิ้นนี้ดูสิ

กระเป๋าเป้ จะช่วยให้ภาพรวมของคุณดูเป็นคนสบายๆ รักอิสระ ไม่กังวลกับเรื่องรอบตัวจนสติแตก ค่อนข้างจะลุยๆ เฮฮา และคุยกันตรงๆ ได้ ที่สำคัญสาวๆ ที่สะพายเป้เป็นคนไม่อายกับความต้องการของตัวเอง ถ้าเจอหนุ่มที่ใช่ รับรองชีพุ่งเข้าไปจีบแน่ๆ

กระเป๋าแบบหนีบไว้ใต้รักแร้ คนที่ถือกระเป๋าแบบนี้ควรแต่งตัวให้สวยเจิด เพราะเจ้ากระเป๋าจะกลืนหายไปใต้วงแขนของคุณ ไม่ช่วยเชิดหน้าชูตาใดๆ ทั้งสิ้น ลุคส์ของคุณเมื่อคู่กับกระเป๋าจะดูเป็นคนมั่นใจในตัวเอง เอาแต่ใจนิดๆ ตามประสาคุณหนูทั้งหลาย เป็นผู้หญิงรักสวยรักงาม รักสบาย ไม่ยอมลงให้ผู้ชายคนไหนง่ายๆ ดูท้าทายดีนะ

กระเป๋าใบใหญ่สีเข้ม ดูเป็นคนคล่องตัว มีความคิดสร้างสรรค์ ทำงานเก่ง พร้อมเสมอสำหรับสถานการณ์สมบุกสมบันทุกประเภท เป็นผู้หญิงสไตล์เป็นเพื่อนก็เยี่ยมเป็นแฟนก็แจ่ม

ดื่มกาแฟลาเต้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าลาเต้แก้วเดียวจะเปลี่ยนลุคส์คุณให้ดูมีเสน่ห์ อ่อนโยน นุ่มนวลแบบผู้หญิง แต่ชวนให้เข้ามาค้นหาว่าคุณยังมีอะไรดีๆ ซ่อนอยู่อีก

ดื่มกาแฟดำ ถ้าใครรู้ว่าคุณกำลังนั่งจิบกาแฟดำปี๋ไม่ใส่ครีมสักช้อนล่ะก็ เขารู้สึกทันทีถึงพลังของสาวทำงานที่เข้มแข็ง กล้าเถียงกล้าชนเพื่อให้งานสำเร็จลุล่วง แต่งตัวเก่ง เปรี้ยว ลึกลับท้าทาย มีเสน่ห์แบบสาวเซ็กซี่ แถมยังไม่แคร์ที่จะทิ้งผู้ชายห่วยๆ สักคนลงชักโครกไป

ดื่มกาแฟคาปูชิโน่ สดใส ร่าเริง แก่นเซี้ยวนิดๆ ชอบเล่นอะไรแผลงๆ คือลุคส์ของคนที่ดื่มคาปูชิโน่ กาแฟแก้วนี้ยังบอกด้วยว่าคุณต้องการใครสักคนมาอยู่เคียงข้าง เพราะชีวิตโสดมันเหงาจริงๆ เลย

ดื่มกาแฟใส่นมสด แน่นอนว่าลุคส์คุณนายผู้อยู่ท่ามกลางของดีราคาแพงต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก (เพราะคนทั่วไปเขากินกาแฟใส่ครีมเทียมกันทั้งบ้านทั้งเมือง) นอกจากนั้นคุณยังดูเป็นคนที่พิถีพิถันเลือกแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง ฉลาด หัวแข็ง ไม่เชื่อใครง่ายๆ สวยเริ่ดเชิดหยิ่ง รักไอเย็นในห้างมากกว่าแสงแดดตามชนบท แต่ใจดี ชอบทำกิจกรรมเพื่อสังคม

จูงน้องหมาชิวาวา จะทำให้คุณดูบอบบาง เป็นผู้หญิงที่น่าทะนุถนอม มีความเป็นเด็กที่ต้องการคนดูแล อ่อนหวาน แต่ติดจะขี้แยนิดๆ ขี้งอนหน่อยๆ มีเสน่ห์แบบเด็กๆ

จูงน้องหมาพันธุ์บูลด็อก เจ้าหมาหน้าย่นเขี้ยวโง้งตัวนี้ จะกระชากลุคส์คุณให้ดูเป็นร็อคเกอร์สาวที่ผ่านโลกมามากมายหลายมุม รู้จักชีวิตจนเหมือนจะกร้านโลก ช่างคิด กระตือรือร้น มั่นใจในตัวเองแต่แอบอ่อนไหว ซ่อนความเศร้าอยู่ลึกๆ เป็นผู้หญิงแบบที่ผู้ชายจืดๆ ไม่กล้าจีบ

จูงน้องหมาพันธุ์ปอมเมอเรเนียน คุณจะดูเป็นผู้หญิงอบอุ่น ใส่ใจคนอื่น เจ้าระเบียบเนี้ยบสุดๆ พิถีพิถันเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมและของใช้ส่วนตัวมากๆ เหมาะสำหรับผู้ชายที่อยากได้แฟนเป็นแม่บ้าน แม่เรือน พึ่งพาได้

จูงน้องหมาพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ถ้าคุณจูงเจ้าหมาตัวนี้ ลุคส์สาวอารมณ์ดีสดใสร่าเริงจะมาก่อนเป็นอันดับแรก ตามด้วยภาพผู้หญิงทำงานคนเก่ง มีความคิดสร้างสรรค์ รับผิดชอบงานลุยๆ ได้ดีไม่แพ้ผู้ชาย แต่เวลาโมโหก็น่ากลัวจนผู้ชายแขยงแมลงขยาดไปเหมือนกัน

เป็นไงกันบ้างคะตอนนี้รู้หรือยังว่าอยากเปลี่ยนเป็นลุคส์ไหนกันบ้าง ชอบแบบไหนก็ตามสบายเลยนะคะ เพื่อนๆ ชาวเพ็ชรสังข์ดอทคอมของเราจะได้สวยกันถ้วนหน้าเลย!!!

ปากยิ้ม ตายิ้ม ใจยิ้ม

 

 

วันนี้ทางเพ็ชรสังข์ดอทคอมของเรา มีสูตรเด็ดเคล็ดลับที่จะทำให้คุณสามารถนำรูปในชีวิตประจำวันที่แสนจะธรรมดาของคุณไปอวดเพื่อนๆ ได้อย่างมั่นใจ อย่าลืมนะคะว่ารูปถ่ายนี่สำคัญมากๆ อาจเป็นบันไดนำให้คุณไปพบกับสิ่งดีๆ ในชีวิตเลยน่ะค่ะ พอดีอ่านเจอมาจากนิตยสารคะ เลยคิดถึงเพื่อนๆ ขึ้นมาทันที ก็เลยนำมาฝากกันค่ะ จะได้แฮปปี้กันถ้วนหน้าเลย!!

1. ก่อนอื่นคุณต้องวิเคราะห์ถึงส่วนดีและส่วนไม่ดีบนใบหน้าและเรือนร่างของคุณก่อน ว่ากันง่ายๆ ก็คือต้องรู้จักตัวเองค่ะไม่มีใครดูดีไปหมดทั้งตัวแน่ๆ ค่ะ มีขาวก็ต้องมีดำ มีดีก็ต้องมีไม่ดีบ้างเป็นธรรมดาขึ้นอยู่กับว่าคุณจะผลักดันสิ่งที่ดีออกมาได้มากน้อยเพียงใด

— ใครคิดว่าตัวเองหน้าบาน หน้าอ้วน ลองลดน้ำหนักแล้วก็ยังไม่เกิดความเปลี่ยนแปลง ก็ขอให้ลองปรึกษาช่างทำผมว่าจะทำผมทรงไหนที่จะช่วยพรางหน้าของคุณให้เรียวได้บ้าง เครื่องสำอางก็ช่วยได้เยอะเช่นกันค่ะ

— หามุมที่เพอร์เฟ็คท์ให้กับตัวคุณเอง หากคุณเป็นคนมีกรามก็ลองหันซ้ายหรือหันขวา หันข้างไหนออกมาดูดีที่สุดก็จำไว้

— ลองก้มหน้าเล็กน้อยเวลาถ่ายรูปในองศาที่ต่างกันก็ได้ค่ะ

— ใครมีคางสองชั้นหรือมีเนื้อเยอะบริเวณคอ แก้ไขได้ด้วยการเชิดหน้าชูคอให้ตั้งไว้เวลาถ่ายรูป นอกจากนี้หากสนิทกันกับคนถ่ายรูปอาจขอให้เขาช่วยอีกแรงด้วยการบอกให้เขากดกล้องลงมาอีกนิด โดยตั้งกล้องให้อยู่ในมุมสูงกว่าสายตาของเราเล็กน้อย และอย่าได้ปล่อยให้เขาถ่ายรูปจากมุมเสยเชียวนะคะ จะดับกันได้ง่ายๆ เลยค่ะ

— ใครมีลำตัวกว้างและแบน หันข้างหรือหันแบบทำมุม 45 องศา สวยที่สุดค่ะ โชว์หน้าท้องแบนไปกันเลย

— ใครมีลำตัวแคบ แต่พอดูด้านข้างแล้วตัน การถ่ายรูปแนวตรงบิดเล็กน้อยก็พรางหุ่นได้อย่างดีนะคะ

— เลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่ให้เหมาะกับตัวคุณทั้งแบบและสี ทั้งนี้เพื่อให้บ่งบอกถึงความเป็นตัวคุณได้มากที่สุดและช่วยพรางจุดด้อยของคุณ

— เลือกเครื่องสำอางที่เหมาะกับตัวคุณ และใช้เครื่องสำอางเพื่อพรางจุดด้อยบนใบหน้าของคุณให้ได้พอสมควร แต่ไม่ต้องถึงขั้นโบ๊ะจนคนอื่นจำไม่ได้นะคะ เพราะไม่ว่าอย่างไรการแต่งหน้าโดยเน้นความเป็นธรรมชาติเหมือนไม่ได้แต่งหน้าเลยก็ยังคงเป็นความสวยที่คงอยู่ตลอดศก

2. ทำตัวให้สบาย ผ่อนคลายให้มากที่สุดค่ะ จำไว้เสมอว่าคุณกำลังจะถ่ายรูป ไม่ได้ไปสอบนะคะ หายใจเข้า-ออก ให้เป็นปกติ

3. ใครมีปัญหาในการยิ้ม ยิ้มเท่าไรก็แข็งทื่อเหมือนหุ่นยนต์และดูไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย ให้ลองจินตนาการว่าคุณกำลังคุยกับเพื่อน คนรัก หรือครอบครัว ใครก็ได้ค่ะที่คุณอยู่ด้วยแล้วสบายใจแล้วคิดต่อว่าคุณกับบุคคลนั้นกำลังคุยเรื่องที่สนุกสนานมีความสุข หรือจะนึกถึงเรื่องตลกที่เคยเกิดขึ้นระหว่างคุณสองคนก็ได้ หรือลองคิดว่าคุณกำลังออกเดทกับหนุ่มในฝันแล้วถ้าคุณเจอเขาครั้งแรกคุณจะยิ้มแบบเหนียมอายอย่างไร แล้วยิ้มออกมาจริงๆ เลยค่ะ

4. การยิ้มที่บ่งบอกถึงความสุขของผู้ที่อยู่ในรูปก็คือการยิ้มอย่างจริงใจ ซึ่งสิ่งที่สื่อออกมามักเป็นการยิ้มแบบเห็นฟันอย่างเป็นธรรมชาตินะคะ ดังนั้นใครไม่มั่นใจให้ลองเปลี่ยนตัวเองเสียใหม่ให้ลองยิ้มกว้างๆ เห็นฟันขาวๆ ไปเลย ถึงแม้ในบางสถานการณ์ยิ้มไม่เห็นฟันอาจจะเหมาะสมกว่า แต่ก็อย่ายิ้มแบบนั้นทุกครั้งไป เพราะมันดูเหมือนว่าจะสุขก็สุขไม่เต็มที่ กลับจะกลายเป็นเหมือนอมทุกข์ไว้ด้วยตลอดเวลาค่ะ

5. หัดยิ้มด้วยตา จะยิ้มจนตาหยีไปเลยในบางครั้งบ้างก็ได้ ดูน่ารักดี เพราะรูปที่ถ่ายออกมาไม่ได้เน้นที่ความสวยงามหรอกค่ะ นอกจากคุณจะถ่ายรูปเพื่องาน แต่ถ้าคุณถ่ายรูปเพื่อที่จะเก็บความทรงจำในขณะนั้นไว้และเก็บไว้ดูในอีกหลายสิบปีข้างหน้าล่ะก็ การยิ้มอย่างจริงใจด้วยตาสื่อความสุขได้ดีที่สุดค่ะ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ความสุขบนใบหน้าก็ยังไม่เลือนหายอย่างแน่นอน

6. ริมฝีปากเป็นอวัยวะที่สื่อความสุขผ่านการยิ้ม ดังนั้นจึงควรหมั่นดูแลสุขภาพริมฝีปาก ดื่มน้ำเยอะๆ ให้ได้วันละประมาณ 6-8 แก้ว อย่าปล่อยให้ริมฝีปากแตกและอาจเพิ่มความชุ่มชื้นด้วยลิปมัน และเติมสีสันด้วยลิปสติกหรือลิปกลอสที่มีสีไม่ฉูดฉาดจนเกินไป

7. การยิ้มที่จริงใจต้องเริ่มมาจากข้างในค่ะ เพราะฉะนั้นเราควรหัดคิดดี ทำดี และมองโลกในแง่ดีเข้าไว้จิตใจก็จะร่าเริงแจ่มใส กลายเป็นคนยิ้มง่ายจนเกิดเป็นเสน่ห์ต้องตาต้องใจของผู้ที่ได้พบเห็นรอยยิ้มอันน่าประทับใจนั้น ไม่ให้เสียชื่อยิ้มสยามของสาวไทยเราค่ะ

8. ยิ้มให้กับทุกสิ่ง แต่ไม่ใช่ยิ้มจนคนอื่นคิดว่าเป็นบ้านะคะ ยิ้มให้คนรอบตัวบ้างตามความเหมาะสม แล้วเราก็จะได้รับรอยยิ้มตอบกลับมาแล้วคุณก็จะแฮปปี้มีความสุข อันเป็นบ่อเกิดแห่งความงามที่ไม่มีวันหมดอายุค่ะ

อย่าลืมสูตรปากยิ้ม ตายิ้ม ใจยิ้ม ที่นำเสนอนี้นะคะ แล้วรับรองว่านอกจากภาพถ่ายของคุณจะสวยเด่นไม่แพ้ใครแล้ว ตัวจริงของคุณก็จะงามผ่องจากภายในจนใครๆ ต้องอิจฉากันเลยล่ะค่ะ